บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ไปให้สุดปักหมุดที่ปลายด้ามขวาน: ปัตตานี

GoNeverStop ติดตาม กำลังติดตาม
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 - 19:17 น.
AA 11
พอเราชวนเพื่อนไปปัตตานี ทุกคนก็มักจะมีคำถามว่า…

ไปทำไมไม่กลัวระเบิดหรอ

แล้วคำถามต่อมาก็คือ…
ไปเที่ยวปัตตานีตั้ง 4 วัน 3 คืน เที่ยวแต่ในจังหวัดปัตตานี มีที่ให้เที่ยวเยอะขนาดนั้นเชียวหรือ

GoNeverStop รับรองได้ว่าเวลา 4 วัน 3 คืน ไม่พอแน่นอนสำหรับการเที่ยวปัตตานี ลองไปดูกันว่าเราไปที่ไหนกันมาบ้าง รับรองได้ว่าแม้เพื่อน ๆ ยังไม่เคยไปปัตตานี แต่แค่ได้ยินชื่อที่เที่ยวบางที่ก็จะรู้สึกว่าเอ๊ะ…เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมาก่อน…ก็ได้ยินจากในข่าวนั่นไง

รีวิวนี้จะมีพูดทั้งข้อดี และข้อเสียของแต่ละที่เพื่อเป็นข้อมูลให้ครบรอบด้านนะคะ ถ้าไม่ถูกใจท่านผู้อ่านท่านใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย

เพื่อเป็นการประหยัดเวลาเรานั่งเครื่อง ไปลงหาดใหญ่แล้วเช่ารถขับต่อไปยังปัตตานีกันค่ะ ทริปนี้เราเดินทางกัน 3 คน โดยเป็นสมาชิกแก๊งค์เดิมตั้งแต่ไปตะลุยจังหวัดนราธิวาสกันมาเมื่อปีก่อนนู้น

อ่านรีวิวเที่ยวนราธิวาสเพิ่มเติมได้ใน

“นราธิวาส” ยินดีที่ได้รู้จัก Day 1: สุดปลายด้ามขวานที่สุไหงโกลก 

“นราธิวาส” ยินดีที่ได้รู้จัก Day 2: ทดสอบความฟิตล่องแก่งภูเขาทอง  

“นราธิวาส” ยินดีที่ได้รู้จัก Day 3: เที่ยวไปในบางนรา 

เส้นทางขับรถเที่ยวปัตตานี

  • ขาไป: หาดใหญ่-ทรายขาว (ปัตตานี) – ใช้เส้นทางถนนหมายเลข 42 ไปทางคลองแงะ อำเภอสะเดาจนถึงบ้านทรายขาว เส้นทางนี้ข้างทางเป็นป่าเขาเขียวขจี ช่วงที่ไปฝนตกด้วย ชุ่มฉ่ำสวยมาก ระหว่างทางมีร้านทุเรียนมาตั้งหลอกล่อเราเป็นระยะ แต่ช่วยกันดึงสติให้ดี เพราะถ้าไปถึงทรายขาวแล้วจะได้กินทุเรียนจนจุกแน่นต้องร้องขอชีวิตเลยล่ะ
ถนนหมายเลข 42 มุ่งสู่จังหวัดปัตตานี
ถนนหมายเลข 42 มุ่งสู่จังหวัดปัตตานี
  • ขากลับ: สายบุรี (ปัตตานี)-หาดใหญ่ – ใช้เส้นทางถนนหมายเลข 43 เส้นทางนี้จะเรียบทะเล ได้อีกบรรยากาศนึง ถ้าคนที่อยากทำเวลาเส้นทางถนนหมายเลย 43 นี้จะใช้เวลาน้อยกว่าหมายเลข 42 นะคะ
  • เส้นทางอื่น ๆ ระหว่างท่องเที่ยวในจังหวัดปัตตานีก็ขับง่ายค่ะ รถไม่เยอะ แต่ว่าอย่าขับเร็วมากนะคะ เพราะว่าจะมีด่านซิกแซกอยู่เป็นระยะ
  • ด่านซิกแซกในจังหวัดปัตตานี
    ด่านซิกแซกในจังหวัดปัตตานี
    ด่านซิกแซกในจังหวัดปัตตานี
    ด่านซิกแซกในจังหวัดปัตตานี

    เส้นทางที่พวกเรากังวัลที่สุดตลอดการขับรถเที่ยวทริปนี้ก็คือ เส้นทางช่วงขับจากในเมืองปัตตานีไปยังสายบุรี เนื่องจากว่าพวกเรามัวแต่ไปเพลินกับการย่างหอยที่งมมาได้ เลยออกจากในเมืองช้าไปหน่อย เย็นมากแล้ว กว่าจะขับถึงสายบุรีก็ 2 ทุ่มกว่า บนถนนหมายเลข 42 มีรถขับกันเยอะอยู่เป็นปกติไม่น่ากลัว แต่พอช่วงที่จะเลี้ยวเข้าไปในสายบุรีนี่สิ มีอยู่ช่วงที่ทางเงียบและมืดมาก ด้วยความไม่คุ้นเส้นทางก็เครียดกันไปสักพัก แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรนะคะ

ที่พัก

ทริปนี้เราเปลี่ยนที่นอนกันทั้ง 3 คืน นอนกันหลายแบบเลยค่ะ

  • โฮมสเตย์บ้านทรายขาว: พวกเราพักที่บ้านป้าแช่ม ให้อารมณ์เสมือนหนึ่งไปนอนค้างบ้านญาติ มีความปลอดภัยสูงมาก เพราะขนาดเค้าจะออกไปนอกบ้านยังไม่ยอมล็อกประตูบ้านกัน (อย่าว่าแต่ล็อกเลย ไม่ปิดเสียด้วยซ้ำ)
  • โฮมสเตย์บ้านทรายขาว
    โฮมสเตย์บ้านทรายขาว
    โฮมสเตย์บ้านทรายขาว
    โฮมสเตย์บ้านทรายขาว
  • River Living Place: โรงแรมสวยทันสมัย สะอาด ห้องกว้าง มีที่จอดรถ ตั้งอยู่ริมโค้งแม่น้ำปัตตานีพอดี ช่วงเย็นแดดทอแสงมากระทบน้ำสวยมาก
  • River Living Place
    River Living Place
    River Living Place
    River Living Place
  • สายบุรี รีสอร์ท: รีสอร์ทเล็ก ๆ พี่เจ้าของใจดี บริการดี เสียอยู่อย่างเราไม่ชอบไฟสลัว ๆ ในห้องเลย อารมณ์เหมือนโรงแรมภัคสินาโฮมที่เราพักที่นราธิวาสเมื่อปีก่อน 
  • สายบุรี รีสอร์ท
    สายบุรี รีสอร์ท

    อาหารการกิน

    เป้าหมายของทริปนี้คือการไปกินทุเรียนใต้ ดูสิว่าทุเรียนใต้กับทุเรียนภาคกลาง ภาคตะวันออกนี้จะรสชาติต่างกันไหม แล้วก็ได้กินทุเรียนสมใจ เรียกได้ว่าเป็นการกินทุเรียนที่มากที่สุดในชีวิตของพวกเราแล้วก็ว่าได้ นอกจากนี้ผลไม้อื่น ๆ ก็สดมาก สดที่สุดเท่าที่เคยกินมา และอร่อยไม่แพ้กันเลย

    บุกสวนทุเรียนปัตตานี
    บุกสวนทุเรียนปัตตานี

    พวกเรายังได้โบนัสจากการได้ลองลิ้มชิมรสอาหารใต้ อาหารทะเลสด ๆ อาหารอิสลาม และอาหารหลายอย่างที่ก็เพิ่งเคยกินที่ปัตตานีเป็นที่แรก…เอาไว้ติดตามเรื่องอาหารการกินของทริปนี้ในอีกรีวิวนะคะ

    สถานีรถไฟปัตตานี (โคกโพธิ์)

    สถานีรถไฟทรงไทยผสมมลายู มีเครื่องสแกนก่อนเข้าสถานีเพื่อความปลอดภัยด้วย แต่…เดินเข้าทางด้านข้างก็ได้จ้า ไม่ต้องสแกน (แล้วมีเครื่องสแกนไว้เพื่อ…?) เป็นสถานีรถไฟที่มีทหารยืนถือปืนคุ้มครองความปลอดภัยอยู่ด้วยนะ บรรยากาศดูย้อนยุคเช่นเดียวกับสถานีรถไฟไทยสถานีอื่น ช่วงฤดูผลไม้่ ด้านหน้าทางเข้าสถานีรถไฟมีร้านขายเงาะ ทุเรียน ทุเรียนกวน ราคาถูกมากกกกกกกกกกกก

    สถานีรถไฟปัตตานี
    สถานีรถไฟปัตตานี
    สถานีรถไฟปัตตานี
    สถานีรถไฟปัตตานี
    สถานีรถไฟปัตตานี
    สถานีรถไฟปัตตานี

    วัดช้างให้

    ถ้าคุณเป็นสายบุญควรจะต้องมากราบไหว้หลวงปู่ทวดที่วัดช้างให้สักครั้ง บรรยากาศในวัดจะมีผู้คนมากราบไหว้หลวงปู่ทวด และแก้บนกันมากมาย ร้านเช่าบูชาหลวงปู่ทวดก็มีหลายร้านเช่นเดียวกันกับแผงขายลอตเตอรี่

    วัดช้างให้
    วัดช้างให้
    วัดช้างให้
    วัดช้างให้

    โฮมสเตย์บ้านทรายขาว

    มาถึงบ้านทรายขาวทั้งที ถ้าไม่ได้แวะพักที่นี่คงจะต้องเที่ยวไม่ทั่วแน่ ๆ ผู้คนที่นี่ต้อนรับขับสู้เราดีมาก มีกิจกรรมนู่นนี่นั่นให้ทำตลอด แขกผู้มาเยือนสามารถเลือกได้ว่าจะพักบ้านไทยพุทธหรือไทยมุสลิม เพราะที่นี่เป็นชุมชนที่รวมทั้งสองศาสนาเข้าไว้ด้วยกัน

    โฮมสเตย์บ้านทรายขาว
    โฮมสเตย์บ้านทรายขาว

    พวกเรานอนหลับสบาย แม้ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะว่าอากาศที่นี่เย็น และบริสุทธิ์มาก อาหารการกินก็อร่อยถูกปาก กินจนไม่กลัวอ้วนกันเลย จากหน้าต่างบ้านมองออกไปจะเห็นพระมหามุนินทโลกนาถประดิษฐานอยู่บนเขา

    โฮมสเตย์บ้านทรายขาว
    โฮมสเตย์บ้านทรายขาว

    งานวัดห้วยเงาะ

    พวกเรามาเที่ยวตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาซึ่งมีงานวัดพอดี คนพื้นที่ก็เลยชวนพวกเราไปเที่ยวงานวัดตอนกลางคืนกัน

    งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี
    งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี

    อันนี้เป็นกิจกรรมที่ไม่ได้คาดคิดกันมาก่อน พวกเราเคยคิดมาตลอดว่าเที่ยวตอนกลางคืนในสามจังหวัดชายแดนนี่ไม่ปลอดภัย แต่งานวัดที่นี่กว่าจะเริ่มการแสดงก็สามทุ่มได้ เลิกงานหลังเที่ยงคืนนู่น คึกคักมาก

    งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี
    งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี

    ระยะทางจากบ้านทรายขาวไปวัดห้วยเงาะไปก็ไม่ใช่ว่าจะใกล้นะคะน่าจะสิบโลได้ ภายในงานมีจับฉลาก เล่นสะบ้า ขายของกิน สวนสนุกย่อม ๆ การแสดงของคนในพื้นที่ การแสดงโนราห์ เวียนเทียน บรรยากาศคลาสสิคดีค่ะ ไม่ได้เที่ยวงานวัดแบบนี้มานานแล้ว

    งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี
    งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี
    งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี
    งานวัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี

    จุดชมวิวเขารังเกียบ

    เริ่มต้นการท่องเที่ยวในปัตตานีวันที่ 2 โดยการเหมารถจี๊ปโบราณสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปเที่ยวเจาะลึกในทรายขาวกันค่ะ

    จุดชมวิวเขารังเกียบ
    จุดชมวิวเขารังเกียบ

    จุดแรกเราจะขึ้นไปบนจุดชมวิวเขารังเกียบ มองลงมาเห็นหมู่บ้าน สายหมอก และป่าเขาเขียวขจี สบายตามาก นี่สินะที่เรียกว่า ”ธรรมชาติบำบัด”

    จุดชมวิวเขารังเกียบ
    จุดชมวิวเขารังเกียบ
    จุดชมวิวเขารังเกียบ
    จุดชมวิวเขารังเกียบ

    บนจุดชมวิวนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระมหามุนินทโลกนาถประดิษฐานศูนย์รวมจิตใจชาวไทยพุทธในบริเวณนี้

    จุดชมวิวเขารังเกียบ
    จุดชมวิวเขารังเกียบ
    จุดชมวิวเขารังเกียบ
    จุดชมวิวเขารังเกียบ

    ระหว่างทางขึ้นลงเขาเราจะพบกับผาพญางู และบรรยากาศความอุดมสมบูรณ์ของป่าแถวนี้ ซึ่งคุณลุงคนขับรถเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนแถวนี้จะมีหมีขอเยอะมาก แต่ปัจจุบันไม่เห็นแล้ว

    ผาพญางู
    ผาพญางู

    น้ำตกทรายขาว

    พอดีมีเวลานิดหน่อยก่อนอาหารเช้า คุณลุงเลยพามาแวะจอดที่น้ำตกทรายขาวให้เดินเล่นกัน เราเลยถามว่าเดินเข้าไปไกลไหมกว่าจะถึงน้ำตก คุณลุงบอกว่าไม่ไกลแค่ประมาณ 1 กิโลเอง แต่พวกเราลองเดินกันแล้วถึงจุดที่เกือบถึงน้ำตกแต่ยังไม่ถึงดี กลับก่อน เพราะกลัวว่าป้าแช่มจะรอเราที่ร้านอาหารนานเกินไป

    น้ำตกทรายขาว
    น้ำตกทรายขาว

    เราอยากแนะนำว่า เส้นทางเดินไปน้ำตก ไม่เหมาะแก่การเดินนะคะ เพราะว่าเป็นทางเดินแคบ ๆ เลียบทางไหลของน้ำตก มีตะไคร่เกาะ บางช่วงไม่มีทางด้วยซ้ำ ต้องปีน ๆ ไต่ ๆ ไป ถ้าตกลงไปหัวฟาดอันตรายแน่ ๆ ของแถมตอนกลับคือ เราเพิ่งมาพบว่าเท้าตัวเองเลือดออกเยอะมาก และเลือดไม่ยอมหยุดไหลด้วย ซึ่งสันนิษฐานกันว่าน่าจะโดนทากดูดเลือดมาค่ะ

    น้ำตกทรายขาว
    น้ำตกทรายขาว
    น้ำตกทรายขาว
    น้ำตกทรายขาว

    ออ…เกือบลืมเล่าความพิเศษของน้ำตกที่นี่นั่นก็คือ เมื่อเราเข้ามาในบริเวณน้ำตกจะได้กลิ่นหอมของทุเรียน เพราะว่าแถวนี้มีต้นทุเรียนเพียบ ระวัง! ทุเรียนตกใส่หัวนะคะ

    มัสยิดนัจมุดิน

    มัสยิดนัจมุดินหรือมัสยิดบาโงยลางาสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่ 300 กว่าปีก่อนนู้น ตัวอาคารสร้างด้วยวิธีแบบเก่าแก่ และเป็นที่เก็บรักษาของวัตถุโบราณหลายอย่าง เช่น กลองโบราณใช้ตีบอกเวลาละหมาด บ่อน้ำโบราณ คัมภีร์อัลกุรอานที่ถูกเขียนด้วยลายมือ ฯลฯ ออกมาด้านหน้ามัสยิดจะมีร้านอาหารอิสลามรสเด็ดรอเราอยู่

    มัสยิดนัจมุดิน
    มัสยิดนัจมุดิน
    มัสยิดนัจมุดิน
    มัสยิดนัจมุดิน
    มัสยิดนัจมุดิน
    มัสยิดนัจมุดิน

    ทุเรียนในสวนและสารพัดผลไม้

    ถ้ามาเที่่ยวช่วงเดือนกรกฏาคมถึงสิงหาคมสิ่งที่ต้องไปให้ได้คือเข้าสวนผลไม้ ขึ้นเขาเก็บทุเรียน ซึ่งที่บ้านทรายขาวปลูกกันแบบธรรมชาติ อย่างทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านนี่ก็ใช้ปุ๋ยที่หมักกันเองใส่ถังแล้วเปิดถังให้ปุ๋ยไหลลงมาตามเขา เวลาขึ้นเขาเก็บทุเรียนก็ระวังทุเรียนหล่นใส่หัวกันด้วย เพราะต้นทุเรียนสูงมาก แบบแหงนคอตั้งฉากยังแทบมองไม่เห็นยอดเลย บางทีก็หล่นลงมาใกล้ ๆ กับเราพอดี เดินเก็บทุเรียนบนพื้นกันเพลินเลย

    ทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านจะลูกเล็ก เนื้อออกสีเหลืองซีดถึงขาว แต่ว่ารสหวานขัดแย้งกับสีสันมาก ส่วนเนื้อสัมผัส บางลูกก็สุกกำลังดี บางลูกก็เละไป แล้วแต่ดวงนะคะ ว่าเราจะเก็บได้ลูกสุกระดับไหนมา

    สวนทุเรียนบ้านทรายขาว
    สวนทุเรียนบ้านทรายขาว
    นั่งรถจี๊ปโบราณเข้าสวนทุเรียนบ้านทรายขาว
    นั่งรถจี๊ปโบราณเข้าสวนทุเรียนบ้านทรายขาว
    สวนทุเรียนบ้านทรายขาว
    สวนทุเรียนบ้านทรายขาว

    ส่วนทุเรียนพันธุ์เศรษฐกิจ อย่างเช่น หมอนทอง พวงมณี ก้านยาว เราก็ได้มีโอกาสไปนั่งกินทุเรียนที่บ้านคุณพี่เจ้าของสวน ซึ่งไปคัดเลือกทุเรียนมาให้เราชิมกันด้วยตัวเองเลยค่ะ รสชาติดีมาก

    กินทุเรียนปัตตานี
    กินทุเรียนปัตตานี

    นอกจากนี้ผลไม้อื่น เช่น มังคุด เงาะ มะไฟ ลองกอง ฯลฯ ก็เก็บตามทางที่ขับผ่าน สดอร่อยไม่แพ้กันเลย 

    มังคุดปัตตานี สด สด
    มังคุดปัตตานี สด สด

    ชมสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน

    เราได้มีโอกาสไปชมสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านทรายขาวหลายอย่าง เช่น ทุเรียนกวน (กว่าจะกลับนี่ได้ทุเรียนกวนกลับมาหลายโลเลย เพราะซื้อจากหลายเจ้า) กล้วยเส้นปรุงรส ส้มแขกแช่อิ่ม เสียดายนะที่เวลาไม่พอไปดูผ้าทอจวนตานี

    ทุเรียนกวน บ้านทรายขาว
    ทุเรียนกวน บ้านทรายขาว
    กล้วยเส้นปรุงรส
    กล้วยเส้นปรุงรส
    ส้มแขกแช่อิ่ม บ้านทรายขาว
    ส้มแขกแช่อิ่ม บ้านทรายขาว

    ล่องเรือและจับหอยที่บางปู

หลังจากเสร็จสิ้นการท่องเที่ยวที่ทรายขาว (อยากบอกว่าขนาดพักที่นี่คืนนึง ยังรู้สึกเที่ยวไม่ครบเลย) พวกเราก็ขับรถฝ่าสายฝนไปบางปู นั่งกินอาหารทะเลที่สั่งจองเอาไว้ และรอฝนหยุดเพื่อไปล่องเรือ แต่โชคร้าย ฝนไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลย พวกเราเลยต้องย้ายแผนมาล่องเรืออีกวันนึง ซึ่งก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง บรรยากาศป่าชายเลนยะหริ่ง และอุโมงค์ต้นไม้ที่เห็นจากในรูปก่อนมาเขียวสวยกว่าที่คิดเสียอีก

ล่องเรือบางปู ปัตตานี
ล่องเรือบางปู ปัตตานี
ล่องเรือบางปู ปัตตานี
ล่องเรือบางปู ปัตตานี
ล่องเรือบางปู ปัตตานี
ล่องเรือบางปู ปัตตานี

ได้ยินเสียงสัตว์ตัวน้อย ๆ ที่ทำหน้าที่เสมือนเครื่องบรรเลงดนตรีตามธรรมชาติ ได้งมหอยตัวใหญ่เกินมาตรฐานที่พวกเราเคยเห็นทั่วไปกลับมาทำอาหารเย็น ไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่าคำว่า “ดีในดี”

งมหอยที่บางปู ปัตตานี
งมหอยที่บางปู ปัตตานี
งมหอยที่บางปู ปัตตานี
งมหอยที่บางปู ปัตตานี

ดูศิลปะของกรงนกหัวจุก

ถ้าคุณไม่ใช่คนที่เลี้ยงนกกรงหัวจุก คุณคงไม่เคยสังเกตว่ากรงนกนั้นมีศิลปะซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะตัวกรงนก ผ้าคลุม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตะขอแขวนกรงสวย ๆ พวกเราได้รับความกรุณาจากคุณลุงในพื้นที่พาไปชมกรงนกส่วนตัวซึ่งมีจำนวนเยอะมากจนเหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม

กรงนกหัวจุก
กรงนกหัวจุก
ตะขอแขวนกรงนกหัวจุก
ตะขอแขวนกรงนกหัวจุก
กรงนกหัวจุก
กรงนกหัวจุก

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

ถ้าพูดถึงมัสยิดที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รับรองได้ว่าต้องมีชื่อของมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีปรากฏอยู่แน่นอน บรรยากาศมัสยิดโดมหลังคาสีพาสเทลท่ามกลางต้นปาล์ม ทำให้พวกเรารู้สึกเหมือนกับหลุดไปอยู่อีกประเทศนึงเลย มาถึงปัตตานีทั้งทีห้ามพลาดการชมความงามของมัสยิดทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนนะคะ

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ในจังหวัดปัตตานีมีความหลากหลายของศาสนาเช่นเดียวกับจังหวัดอื่นในประเทศไทย มีวัด มีมัสยิด และยังมีศาลเจ้าแบบจีนด้วย เมื่อมีโอกาสมาที่นี่เราได้มาสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว บรรยากาศด้านในศาลเจ้าดูเก่าแก่ คลาสสิคมาก

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ลานจอดรถฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ลานจอดรถฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ถ้าอยากศึกษาความเป็นมาของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเพิ่มเติมเราก็สามารถเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่อยู่ข้าง ๆ กันได้ด้วย

พิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
พิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

นอกจากนี้ถ้าได้ผ่านไปมัสยิดกรือเซะ สามารถแวะที่ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวได้ อยู่ใกล้กับมัสยิดกรือเซะ

ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

PATTANI SKY WALK

จุดท่องเที่ยวที่ทางจังหวัดปัตตานีสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัด เป็นสะพานทางเดินลอยฟ้าสูงประมาณตึก 3 ชั้น ส่วนทางเดินจะทำเป็นตาข่ายเหล็กโปร่ง เอิ่ม…ซึ่งทำให้เราคิดว่าทางเดินลอยฟ้าที่นี่สูงก็จริง แต่ยังไม่น่ากลัวเท่าที่เห็นทางเดินที่เป็นตาข่ายเป็นสนิม เหล็กก็ดูบาง ๆ ทำให้พวกเราไม่มั่นใจในความปลอดภัยเลย แต่เราเห็นเด็กตัวน้อยวิ่งสวนทางมา พวกเราเลยฮึดสู้เดินต่อไปจนสิ้นสุดทาง

Pattani Sky Walk
Pattani Sky Walk
Pattani Sky Walk
Pattani Sky Walk

ขากลับเดินกลับทางเดินชมป่าเล็ก ๆ ด้านล่างแทน แนะนำว่าไม่ควรมาตอนกลางวันที่มีแดดจ้า เพราะมันร้อนเหลือเกิน

Pattani Sky Walk
Pattani Sky Walk
Pattani Sky Walk
Pattani Sky Walk

วังพิพิธภักดี

วังพิพิธภักดีหรือเรียกอีกชื่อว่า วังสายบุรี เป็นอาคารไม้สองชั้นสีขาว เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมระหว่างความเป็นตะวันตกและศิลปะแบบมลายู พวกเราขับรถวนอยู่ 2-3 รอบกว่าจะเจอ ทั้ง ๆ ที่อยู่ใกล้หอนาฬิกาแค่นิดเดียวเอง วันที่พวกเราไปเค้าไม่ได้เปิดให้เข้าไปดูข้างใน คนแถวนั้นแนะนำให้เราเดินไปดูบ้านอีกหลังที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งปัจจุบันยังมีคนอาศัยอยู่ แต่มีความสวยงามร่วมยุคเดียวกันกับวังพิพิธภักดี

วังพิพิธภักดี
วังพิพิธภักดี
วังพิพิธภักดี
วังพิพิธภักดี
บริเวณใกล้กับวังพิพิธภักดี จุดสังเกตคือหอนาฬิกา
บริเวณใกล้กับวังพิพิธภักดี จุดสังเกตคือหอนาฬิกา

เที่ยวชายหาดปัตตานี

ถ้าดูจากแผนที่จังหวัดปัตตานีจะเห็นได้ว่าพื้นที่ทางด้านเหนือ และด้านตะวันออกของจังหวัดติดกับทะเล ดังนั้นจึงมีชายหาดให้ไปเที่ยวชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหาดวาสุกรี หาดตะโละกาโปร์ หาดตะโละสะมิแล หาดปะนาเระ หาดแฆแฆ พวกเราทั้งสามคนเห็นตรงกันว่าหาดที่สวยและดูสะอาดที่สุดต้องมอบตำแหน่งนี้ให้ หาดแฆแฆ หาดอื่นเอามาเทียบไม่ได้เลย เพราะว่าหาดอื่นสกปรกเต็มไปด้วยขยะ

หาดแฆแฆ
หาดแฆแฆ
หาดแฆแฆ
หาดแฆแฆ

หาดแฆแฆมีทางเข้าก็ลึกลับ แต่พอคุ้มค่าในการไปเที่ยวชม เนื่องจากหาดแฆแฆมีทรายขาวละเอียด และก็มีหินก้อนใหญ่ ให้อารมณ์เหมือนไปเที่ยวสิมิลัน ตอนที่พวกเราไปไม่เจอนักท่องเที่ยวคนอื่นเลย

หาดแฆแฆ
หาดแฆแฆ
หาดวาสุกรี
หาดวาสุกรี

ระหว่างทางเส้นเลียบชายหาดจะมีสิ่งที่น่าสนใจซึ่งเรานับให้เป็นอันซีนระหว่างทาง ได้แก่ ดงกระบองเพชรที่ขึ้นเป็นทิวแถว เพิงข้างทางที่ทำอุตสาหกรรมปลารมควัน

ต้นกระบองเพชรข้างทางระหว่างขับรถเลียบริมหาดจังหวัดปัตตานี
ต้นกระบองเพชรข้างทางระหว่างขับรถเลียบริมหาดจังหวัดปัตตานี
เพิงรมควันปลาระหว่างขับรถเลียบริมหาดจังหวัดปัตตานี
เพิงรมควันปลาระหว่างขับรถเลียบริมหาดจังหวัดปัตตานี

สะพานไม้บานา

สะพานไม้ยื่นลงไปในน้ำธรรมดาไม่ได้มีอะไรมาก แต่ถ้าคนที่ถ่ายรูปสวย ๆ มา น่าจะถ่ายได้ออกมาสวยและชิคดี

สะพานไม้บานา
สะพานไม้บานา
สะพานไม้บานา
สะพานไม้บานา

แหลมตาชี

กรุณาดูแผนที่ประกอบตามนะคะ เป็นแหลมที่มีลักษณะเป็นจะงอยยื่นลงไปในทะเล ช่วงจะงอยที่ยื่นลงไปในทะเลจะมีรีสอร์ทหลายแห่ง ดูลักษณะเหมือนจะเป็นรีสอร์ทที่ดำเนินกิจการโดยชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ 

แหลมตาชี
แหลมตาชี

พอไปถึงช่วงเกือบปลายสุดแหลมเท่าที่ขับรถไปได้ ลงไปชมวิว กลับผิดหวังเนื่องจากเจอขยะกับขี้แพะผสมอยู่บนพื้นทรายเกือบทุกอณู จุดที่สวยที่สุดของการมาแหลมตาชีนี่น่าจะเป็นวิวต้นไม้ที่ดูแปลกตาระหว่างทางมากกว่า

แหลมตาชี
แหลมตาชี
แหลมตาชี
แหลมตาชี

มัสยิดกรือเซะ

จุดท่องเที่ยวที่แม้ว่าคนที่ไม่เคยมาปัตตานีก็ยังรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้ มัสยิดโบราณอายุ 300 กว่าปีที่ดูแล้วแปลกตากว่ามัสยิดอื่น ๆ เนื่องจากเป็นมัสยิดที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ถึงแม้ว่าที่นี่สร้างยังไม่เสร็จก็ยังถูกใช้ประกอบพิธีทางศาสนาเช่นเดียวกับมัสยิดอื่น ๆ นะคะ วันที่เราไปมีการจัดตลาดนัดงานศิลปะเก๋ ๆ ด้วย

มัสยิดกรือเซะ
มัสยิดกรือเซะ
มัสยิดกรือเซะ
มัสยิดกรือเซะ

วังยะหริ่ง

วังสวยที่ปัจจุบันยังมีคนอาศัยอยู่ ที่นี่ต้องติดต่อนัดการเข้าชมก่อนนะคะ ไม่ใช่ว่านึกจะไปก็ไปได้เลย ไม่มีการเก็บค่าเข้าชม แต่มีให้บริจาคตามอัธยาศัยแทน 

วังยะหริ่ง
วังยะหริ่ง

ตัววังเป็นอาคารสองชั้น สร้างแบบครึ่งปูนครึ่งไม้ วางตัวอาคารแบบรูปตัวยู เป็นแบบเรือนไทยมุสลิมผสมกับแบบยุโรป บอกได้เลยว่าวังยะหริ่งสวยงามข้ามกาลเวลาจริง ๆ

วังยะหริ่ง
วังยะหริ่ง
วังยะหริ่ง
วังยะหริ่ง

วังเจ้าเมืองหนองจิก

“ความเงียบ” คือสิ่งแรกที่เราสัมผัสได้เมื่อก้าวเข้ามาเยือนวังเจ้าเมืองหนองจิกแห่งนี้ ตัวอาคารที่เหลืออยู่ให้พวกเราได้เห็นในปัจจุบันนั้นเป็นตัวอาคารบริวาร ส่วนตัวอาคารที่เป็นวังได้ถูกรื้อถอนออกไปตั้งแต่สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาแล้ว แต่เห็นเงียบเชียบ และเย็นแปลก ๆ จนน่ากลัวขนาดนี้ 

วังเจ้าเมืองหนองจิก
วังเจ้าเมืองหนองจิก
วังเจ้าเมืองหนองจิก
วังเจ้าเมืองหนองจิก

เราได้ไปสอบถามคนในพื้นที่ ได้ข้อมูลว่ามีเวลามีงาน (งานอะไรนั้น ลืมชื่อไปแล้วสิ) จัดงานคึกคักด้วยนะเออ

วังเจ้าเมืองหนองจิก
วังเจ้าเมืองหนองจิก

สำหรับสถานที่ที่พวกเราทั้งสามคนได้ไปเที่ยวในปัตตานีก็จะมีประมาณนี้ ส่วนเรื่องอาหารการกินในปัตตานีนั้นขอยกไว้รีวิวหน้านะคะ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน อย่าลืมกด Like หรือ Follow เพจ GoNeverStop ไว้ค่ะ

ค่าใช้จ่ายสำหรับทริปนี้เราใช้กันไปคนละ 10,345 บาทเชียวนะ เป็นค่าเครื่องบินเสีย 4,255 บาท เพราะจองช่วงใกล้ไป และเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์พอดี

ถึงแม้ว่าเราจะได้ไปเที่ยวชม กิน อยู่ หลับนอนในปัตตานี้ถึง 4 วันแต่ว่ายังมีที่เที่ยวในแพลนอีกเยอะเลยที่เราไปไม่ครบ การมาเที่ยวครั้งนี้ บางครั้งให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ามาเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะสถานที่ ภาษา หรือผู้คน ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจดี บางครั้งก็รู้สึกได้ถึงมิตรภาพอันแสนอบอุ่นเหมือนมาเยือนบ้านญาติสนิท

เห็นไหมคะว่าจังหวัดปัตตานีที่หลายคนมองข้ามหรือไม่กล้าไปมีอะไรที่น่าสนใจมากทีเดียว ถ้ามีโอกาสเพื่อน ๆ อย่าลืมตามรอยพวกเราไปให้สุดปักหมุดที่ปลายด้ามขวาน: ปัตตานีกันนะคะ




ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20

ไปให้สุดปักหมุดที่ปลายด้ามขวาน: ปัตตานี